Thaigraph

 

   

ค้นหา
Thaigraph หน้าย่อย 3Ds Max V-Ray คืออะไร และวิธี Setting V-ray Re ...
Maple Avatar ห้องแต่งตัวใหม่วิธีการเขียน Blog ส่วนตัว
ดู: 81770|ตอบ: 1
go

V-Ray คืออะไร และวิธี Setting V-ray Render แบบ test และ Final Rander

Rank: 7Rank: 7Rank: 7

โพสต์เมื่อ 3-3-2012 23:11 |แสดงโพสต์ทั้งหมด


V-Ray คืออะไร? วิธี Setting V-ray Render แบบ test และ Final Rander

V-Ray คือ plugin เสริมของโปรแกรม 3D (ต้องซื้อมาลง Install ต่างหาก ขนาดไฟล์ประมาณ 70 MB)

(*ของฟรีมีให้โหลดตามเว็บ... ต้องหาเอาเองนะ และต้องรู้วิธี Carck โปรแกรมด้วย)

V-Ray เหมาะสำหรับงานด้านสถาปัต และงานโมเดล 3D ที่ต้องการความสมจริงในการจัดแสง กำหนดพื้นผิว Material แถมปลั๊กอินของ V-Ray ก็ยังมี Material แบบต่างๆ สวยๆ ของฟรีที่สามารถหาโหลดจาก Internet มากมายกว่าพันแบบ เรียกว่าปลั๊กอินตัวนี้ สามารถใช้ได้แทบจะครอบคลุมทุกความต้องการคนรักงาน 3D กันเลย ค่ะ

ข้อเสียของปลั๊กอินตัวนี้ หลักๆที่หนีไม่พ้นเลยคือ ระยะเวลาที่ใช้ในการ  Render จะนานมากถ้าเทียบกับการ Render แบบปกติ  ถ้ายิ่งงานใหญ่ก็จะยิ่งนาน แต่ระยะเวลาที่เสียไปมันก็คุ้มค่ากับความสวยงามของชิ้นงานเมื่อ Render เสร็จ


ไฟล์แนบ: คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีแอคเคานต์หรือยังไม่ได้เป็นสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก
บางบทความคุณจำเป็นต้องสมัครสมาชิกแบบ VIP และ SUPERVIP ถึงจะเข้าอ่านบทความได้

Rank: 7Rank: 7Rank: 7

โพสต์เมื่อ 5-3-2012 21:33 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
*** เนื่องจากระยะเวลาที่ใช้ในการ Render ด้วยปลั๊กอัน V-Ray จะนานมาก การจะ Render บ่อยๆ เพื่อดูแสงเงา และพื้นผิวคร่าวๆของวัตถุ จึงทำให้ต้องเสียเวลาอย่างมาก

เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องกำหนดค่าต่างๆ ในการ render ให้สเปคต่ำๆเข้าไว้ เพื่อความรวดเร็วในการ render แต่ละครั้ง (Test Rander)

จนเมื่อชิ้นงานที่เราทำออกมาโอเคสมบูรณ์แบบ ไม่จำเป็นต้องปรับแต่งอะไรเพิ่มแล้ว เมื่อนั้นเราจึงค่อยตั้งค่าในการ Render ให้เป็นสเปคกลางหรือสเปคที่สูงขึ้น เพื่อเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการเสร็จสิ้นการทำงานของ 3D โมเดล (Final Rander)

***แต่ละคนอาจมีการตั้งค่าไม่เหมือนกันนะค่ะ แต่ก็ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก
-------------------------------------------------------------------

หลังจากติดตั้งปลั๊กอิน V-ray เสร็จเรียบร้อยแล้วนะค่ะ เราจะทำการ setting ค่าต่างๆในโปรแกรม 3ds max

โดยให้เปิดโปรแกรม 3ds Max  และ กดปุ่ม F10 (หรือเข้าไปที่คำสั่ง Rendering > Render Setup... (ที่แถบเมนูหลักด้านบน))



ที่ Common ตั้งค่าขนาดของภาพที่ต้องการลงไป ถ้าเป็นภาพใหญ่มากๆเวลาในการ render ก็จะยิ่งนานค่ะ



ที่ด้านล่างนะค่ะ ตรง - Assign Renderer (ถ้ามันย่อเป็นเครื่องหมาย + อยู่ข้างหน้าก็ให้คลิกที่กรอบหมวด Assign Renderer แล้วมันจะยืดหน้าต่างออกให้ ) คลิกตรงปุ่ม 4 เหลี่ยมที่เป็น "..." (อยู่หลัง " Production : Defaults Scanline Renderer" ) (ดังภาพในกรอบสีแดงข้างล่าง) เพื่อกำหนดชนิดที่จะใช้ในการ render เป็น V-ray



มันจะเด้งหน้าต่างขึ้นมา  ให้เราเลือก V-Ray เวอร์ชั่นที่ติดตั้งไว้ (เวอร์ชั่นที่ข้าพเจ้าติดตั้งไว้คือ V-Ray 2.0 สำหรับ 3ds max 2012 / For Window 7 / 32 bit ) (ถ้ายังไม่ได้ติดตั้งโปรแกรม V-Ray หรือติดตั้งแล้ว แต่ไม่สำเร็จ มันจะไม่มีชื่อปลั๊กอิน V -Ray ขึ้นมาให้เราคลิกเลือก)

เมื่อเลือกแล้วก็กดปุ่ม OK ค่ะ



จากนั้น... ที่ Common > - Assign Renderer ที่ " Production" มันก็จะเปลี่ยนชื่อเป็น V-Ray แล้วค่ะ ให้กดปุ่ม "Save as  Defaults" เพื่อให้โปรแกรม 3ds max ใช้ปลั๊กอิน V-Ray ในการ Render เป็นหลัก



-------------------------------------------------------------------------------------

วิธีเซ็ตค่า Render แบบ Test  

หลังจากนั้นโปรแกรมจะมีแถบเมนู V-Ray ขึ้นมาให้ ให้เราคลิกเข้าไป และดูที่

- ที่ V-Ray:: Global switches (ดูภาพด้านล่างประกอบ) ตรง Lighting ที่  Default Lights กำหนดให้เป็น Off ( เวลา render แสงที่ได้ จะไม่สว่างจ้าเกินไป)

- ที่ V-Ray:: Image sampler (Antialiasing)
1. ตรง Image Sampler จะกำหนด Type เป็น Fixed (เพื่อลดคุณภาพของภาพ)
2. ตรง Antialiasing filter ติ๊กเครื่องหมายถูกหน้า "On" กำหนดเป็น Area

- ที่ V-Ray:: Color Mapping กำหนดเป็นค่าปกติตามในรูปข้างล่างเลยค่ะ



ต่อไปที่แถบเมนู "Indirect illumination" นะค่ะ  

ที่  - V-Ray :: Indirect illumination (GI) * GI ย่อมาจาก (Global Illumination) เป็นส่วนที่จะใช้กำหนดค่าแสงธรรมชาติที่จะสะท้อนไปมาระหว่างวัตถุ ให้ติ๊กเป็น "On" ไว้นะค่ะ นอกนั้นก็เซ็ตตามในภาพไปก่อน (ไว้ค่อยมาทำความเข้าใจกันทีหลัง)

ที่ -V-ray :: Light Cache ตรงค่า Subdivs  ตอนแรกโปรแกรมจะกำหนดให้เป็น 1000 ให้เราลดเหลือแค่ 100 พอค่ะ



ที่ - V-Ray ::  Irradiance map
- ตรง Current present กำหนดให้เป็น Custom (แบบต่ำสุดเพื่อลดเวลาในการคำนวนภาพ)                     
- ค่า HSph. subdivs. ตั้งค่าเป็น 30  (ตอนแรกมันจะกำหนดค่าให้เป็น 50 ให้เราลดเหลือ 30 พอค่ะ)
- ค่า Interp. samples ตั้งค่าเป็น 30 (หรือจะ 20 เท่าเดิมก็ได้)



ต่อไปที่แถบเมนู Setting นะค่ะ
ตรง Global subdivs multiplier เป็นตัวคูณค่า Subdivs ของวัตถุทั้งหมดในภาพ มันจะมีผลกับวัตถุที่มีผิวมันวาว (พื้นผิวที่มีการสะท้อนแสง) โดยเราต้องลดการสะท้อนลง (มันจะทำให้ภาพเกิดเม็ดสี) ใส่ไปแค่ 0.5 - 0.6 พอค่ะ

(**การเพิ่มค่า Subdivs จะทำให้วัตถุที่มีพื้นผิวมันวาว มีการสะท้อนแสงเบลอสมจริงมากขึ้น  แต่ในตอน Render เพื่อ Test  เราไม่จำเป็นต้องให้มันละเอียดมากนักก็ได้ค่ะ ยิ่งใส่มากก็ยิ่งนาน )

เมื่อตั้งค่าต่างๆตามภาพด้านล่างแล้ว เราจะบันทึกการตั้งค่าเหล่านี้ไว้นะค่ะ (ขืนกลับมาเซ็ตใหม่บ่อยๆทุกงานล่ะก็เมื่อยแย่) โดยให้คลิกที่ปุ่ม " Presets" ที่อยู่ล่างสุด (ดูกรอปสีน้ำเงินตามภาพประกอบด้านล่าง)



โปรแกรมจะแสดงหน้าต่างขึ้นมาเพื่อให้เราบันทึกค่าต่างๆที่เซ็ตไว้ค่ะ ให้เราพิมพ์ตั้งชื่อค่าต่างๆที่เซ็ตไว้ในกรอปสีแดงค่ะ (ในที่นี้ข้าพเจ้าตั้งชื่อมันว่า Test_Render) พิมพ์เสร็จแล้วก็กดปุ่ม Save ที่อยู่ด้านล่าง และกดปุ่ม Close เพื่อปิดหน้าต่าง ก็เป็นอันเรียบร้อยค่ะ

(*เวลาจะกลับมาใช้ค่าที่ตั้งไว้ทีหลัง ก็ให้กลับมาที่หน้านี้อีกครั้ง และคลิกเลือกชื่อที่เราตั้งไว้และกดปุ่ม Load )



ลองกดปุ่ม Render ที่อยู่ด้านล่างขวา หรือ กดปุ่ม Shift+Q เพื่อ  test

(Render ลื่นปรี๊ดๆ ให้สังเกตว่ารายละเอียดมันยังหยาบๆอยู่ แต่ก็ไม่มาก )



สำหรับภาพนี้.... โปรแกรมจะต้องคำนวณการสะท้อนเงาไปมาระหว่างวัตถุด้วยกัน ทำให้โปรแกรมจำเป็นต้องใช้ระยะในการคำนวณ ให้สังเกตว่ากาน้ำทั้ง 3 ใบ มันจะสะท้อนเงาของใบอื่นๆที่อยู่ใกล้มัน และรูปแบบในการสะท้อนก็จะแตกต่างกันไปตามชนิดพื้นผิวที่เรากำหนดไว้ คือ กระเบื้องมันวาวสีแดง โลหะสีเงินผิวเรียบด้าน และแก้วสีเขียว

*ถ้าเครื่องคอมฯที่ใช้อยู่ การ์ดจอ 1 GB /แรม  2GB จะใช้เวลา Render ประมาณ 3.5 นาที
*ถ้าเครื่องคอมฯที่ใช้อยู่ การ์ดจอ 1 GB /แรม  4GB จะใช้เวลา Render ประมาณ 2.5 นาที
*ถ้าเครื่องคอมฯที่ใช้อยู่ การ์ดจอ 1 GB /แรม  8GB จะใช้เวลา Render ประมาณ 1.5 นาทีค่ะ

-------------------------------------------------------------

วิธีเซ็ตค่า Render แบบ Final
การตั้งค่า Render แบบ Final การตั้งค่าต่างๆจะคล้ายกับแบบ Test Render นะค่ะ เพียงแต่แค่ค่าบางตัว เราจะเปลี่ยนให้มีสเปคสูงขึ้น เพื่อเพิ่มความละเอียดของพื้นผิวและแสงให้กับภาพ การ Render แบบ Final จะค่อนข้างนานหน่อยค่ะ แต่ภาพที่ออกมาจะสวยกว่าแบบ Test พอสมควร

ที่แถบเมนู Irradiance map
ที่ -V-ray :: Light Cache ตรงค่า Subdivs  ตอนแรกโปรแกรมจะกำหนดให้เป็น 1000 -1200 แล้วแต่ความชอบ



ที่ - V-Ray ::  Irradiance map
- ตรง Current present กำหนดให้เป็น High (เพิ่มเวลาในการคำนวนภาพ)                     
- ค่า HSph. subdivs. ตั้งค่าเป็น 50  
- ค่า Interp. samples ตั้งค่าเป็น 30



ที่แถบเมนู Setting นะค่ะ
ตรงช่อง Global subdivs multiplier ใส่ไป 4 หรือแล้วแต่ความชอบ ( Global subdivs multiplier เป็นตัวคูณค่า Subdivs จะมีผลต่อวัตถุที่มีพื้นผิวมันวาว )

ตรง Raycaster Params ใส่ค่าตามในกรอปสีแดง

***ตรงนี้จะทำหรือไม่ทำก็ได้ค่ะ คือให้กดปุ่ม "Lights settings.."



กำหนดคุณสมบัติให้กับแสง (ในฉากข้าพเจ้าทำไว้ 2 ดวง) และก็คลิกปุ่ม Close



กลับไปที่หน้าแถบเมนู Setting ให้คลิกที่ปุ่ม " Presets" ที่อยู่ล่างสุด



ตั้งชื่อให้กับค่าตัวเลขที่เราเพิ่งเปลี่ยนแปลงไปเป็นชื่ออะไรก็ได้ค่ะ (ในที่นี้ข้าพเจ้าตั้งชื่อให้มันว่า Final_Render) เสร็จแล้วก็กดปุ่ม Save ที่อยู่ด้านล่าง และกดปุ่ม Close เพื่อปิดหน้าต่าง



ลองกดปุ่ม Render ที่อยู่ด้านล่างขวา หรือ กดปุ่ม Shift+Q เพื่อ  test

Render นานหน่อย แต่ก็แลกมากับความสวย และความละเอียดในภาพที่เพิ่มขึ้น



บทความโดย NOOKFUFU2


ไฟล์แนบ: คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีแอคเคานต์หรือยังไม่ได้เป็นสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก
บางบทความคุณจำเป็นต้องสมัครสมาชิกแบบ VIP และ SUPERVIP ถึงจะเข้าอ่านบทความได้

Thaigraph

GMT+7, 25-3-2017 08:50 , Processed in 0.053157 second(s), 20 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.