Thaigraph

 

   

ค้นหา
Thaigraph หน้าฟอรั่ม 3Ds Max V-Ray คืออะไร และวิธี Setting V-ray Re ...
Maple Avatar ห้องแต่งตัวใหม่วิธีการเขียน Blog ส่วนตัว
ดู: 90846|ตอบ: 1
go

V-Ray คืออะไร และวิธี Setting V-ray Render แบบ test และ Final Rander

Rank: 7Rank: 7Rank: 7

โพสต์เมื่อ 3-3-2012 23:11 |แสดงโพสต์ทั้งหมด


V-Ray คืออะไร? วิธี Setting V-ray Render แบบ test และ Final Rander

V-Ray คือ plugin เสริมของโปรแกรม 3D (ต้องซื้อมาลง Install ต่างหาก ขนาดไฟล์ประมาณ 70 MB)

(*ของฟรีมีให้โหลดตามเว็บ... ต้องหาเอาเองนะ และต้องรู้วิธี Carck โปรแกรมด้วย)

V-Ray เหมาะสำหรับงานด้านสถาปัต และงานโมเดล 3D ที่ต้องการความสมจริงในการจัดแสง กำหนดพื้นผิว Material แถมปลั๊กอินของ V-Ray ก็ยังมี Material แบบต่างๆ สวยๆ ของฟรีที่สามารถหาโหลดจาก Internet มากมายกว่าพันแบบ เรียกว่าปลั๊กอินตัวนี้ สามารถใช้ได้แทบจะครอบคลุมทุกความต้องการคนรักงาน 3D กันเลย ค่ะ

ข้อเสียของปลั๊กอินตัวนี้ หลักๆที่หนีไม่พ้นเลยคือ ระยะเวลาที่ใช้ในการ  Render จะนานมากถ้าเทียบกับการ Render แบบปกติ  ถ้ายิ่งงานใหญ่ก็จะยิ่งนาน แต่ระยะเวลาที่เสียไปมันก็คุ้มค่ากับความสวยงามของชิ้นงานเมื่อ Render เสร็จ


ไฟล์แนบ: คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีแอคเคานต์หรือยังไม่ได้เป็นสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก
บางบทความคุณจำเป็นต้องสมัครสมาชิกแบบ VIP และ SUPERVIP ถึงจะเข้าอ่านบทความได้

Rank: 7Rank: 7Rank: 7

โพสต์เมื่อ 5-3-2012 21:33 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
*** เนื่องจากระยะเวลาที่ใช้ในการ Render ด้วยปลั๊กอัน V-Ray จะนานมาก การจะ Render บ่อยๆ เพื่อดูแสงเงา และพื้นผิวคร่าวๆของวัตถุ จึงทำให้ต้องเสียเวลาอย่างมาก

เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องกำหนดค่าต่างๆ ในการ render ให้สเปคต่ำๆเข้าไว้ เพื่อความรวดเร็วในการ render แต่ละครั้ง (Test Rander)

จนเมื่อชิ้นงานที่เราทำออกมาโอเคสมบูรณ์แบบ ไม่จำเป็นต้องปรับแต่งอะไรเพิ่มแล้ว เมื่อนั้นเราจึงค่อยตั้งค่าในการ Render ให้เป็นสเปคกลางหรือสเปคที่สูงขึ้น เพื่อเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการเสร็จสิ้นการทำงานของ 3D โมเดล (Final Rander)

***แต่ละคนอาจมีการตั้งค่าไม่เหมือนกันนะค่ะ แต่ก็ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก
-------------------------------------------------------------------

หลังจากติดตั้งปลั๊กอิน V-ray เสร็จเรียบร้อยแล้วนะค่ะ เราจะทำการ setting ค่าต่างๆในโปรแกรม 3ds max

โดยให้เปิดโปรแกรม 3ds Max  และ กดปุ่ม F10 (หรือเข้าไปที่คำสั่ง Rendering > Render Setup... (ที่แถบเมนูหลักด้านบน))



ที่ Common ตั้งค่าขนาดของภาพที่ต้องการลงไป ถ้าเป็นภาพใหญ่มากๆเวลาในการ render ก็จะยิ่งนานค่ะ



ที่ด้านล่างนะค่ะ ตรง - Assign Renderer (ถ้ามันย่อเป็นเครื่องหมาย + อยู่ข้างหน้าก็ให้คลิกที่กรอบหมวด Assign Renderer แล้วมันจะยืดหน้าต่างออกให้ ) คลิกตรงปุ่ม 4 เหลี่ยมที่เป็น "..." (อยู่หลัง " Production : Defaults Scanline Renderer" ) (ดังภาพในกรอบสีแดงข้างล่าง) เพื่อกำหนดชนิดที่จะใช้ในการ render เป็น V-ray



มันจะเด้งหน้าต่างขึ้นมา  ให้เราเลือก V-Ray เวอร์ชั่นที่ติดตั้งไว้ (เวอร์ชั่นที่ข้าพเจ้าติดตั้งไว้คือ V-Ray 2.0 สำหรับ 3ds max 2012 / For Window 7 / 32 bit ) (ถ้ายังไม่ได้ติดตั้งโปรแกรม V-Ray หรือติดตั้งแล้ว แต่ไม่สำเร็จ มันจะไม่มีชื่อปลั๊กอิน V -Ray ขึ้นมาให้เราคลิกเลือก)

เมื่อเลือกแล้วก็กดปุ่ม OK ค่ะ



จากนั้น... ที่ Common > - Assign Renderer ที่ " Production" มันก็จะเปลี่ยนชื่อเป็น V-Ray แล้วค่ะ ให้กดปุ่ม "Save as  Defaults" เพื่อให้โปรแกรม 3ds max ใช้ปลั๊กอิน V-Ray ในการ Render เป็นหลัก



-------------------------------------------------------------------------------------

วิธีเซ็ตค่า Render แบบ Test  

หลังจากนั้นโปรแกรมจะมีแถบเมนู V-Ray ขึ้นมาให้ ให้เราคลิกเข้าไป และดูที่

- ที่ V-Ray:: Global switches (ดูภาพด้านล่างประกอบ) ตรง Lighting ที่  Default Lights กำหนดให้เป็น Off ( เวลา render แสงที่ได้ จะไม่สว่างจ้าเกินไป)

- ที่ V-Ray:: Image sampler (Antialiasing)
1. ตรง Image Sampler จะกำหนด Type เป็น Fixed (เพื่อลดคุณภาพของภาพ)
2. ตรง Antialiasing filter ติ๊กเครื่องหมายถูกหน้า "On" กำหนดเป็น Area

- ที่ V-Ray:: Color Mapping กำหนดเป็นค่าปกติตามในรูปข้างล่างเลยค่ะ



ต่อไปที่แถบเมนู "Indirect illumination" นะค่ะ  

ที่  - V-Ray :: Indirect illumination (GI) * GI ย่อมาจาก (Global Illumination) เป็นส่วนที่จะใช้กำหนดค่าแสงธรรมชาติที่จะสะท้อนไปมาระหว่างวัตถุ ให้ติ๊กเป็น "On" ไว้นะค่ะ นอกนั้นก็เซ็ตตามในภาพไปก่อน (ไว้ค่อยมาทำความเข้าใจกันทีหลัง)

ที่ -V-ray :: Light Cache ตรงค่า Subdivs  ตอนแรกโปรแกรมจะกำหนดให้เป็น 1000 ให้เราลดเหลือแค่ 100 พอค่ะ



ที่ - V-Ray ::  Irradiance map
- ตรง Current present กำหนดให้เป็น Custom (แบบต่ำสุดเพื่อลดเวลาในการคำนวนภาพ)                     
- ค่า HSph. subdivs. ตั้งค่าเป็น 30  (ตอนแรกมันจะกำหนดค่าให้เป็น 50 ให้เราลดเหลือ 30 พอค่ะ)
- ค่า Interp. samples ตั้งค่าเป็น 30 (หรือจะ 20 เท่าเดิมก็ได้)



ต่อไปที่แถบเมนู Setting นะค่ะ
ตรง Global subdivs multiplier เป็นตัวคูณค่า Subdivs ของวัตถุทั้งหมดในภาพ มันจะมีผลกับวัตถุที่มีผิวมันวาว (พื้นผิวที่มีการสะท้อนแสง) โดยเราต้องลดการสะท้อนลง (มันจะทำให้ภาพเกิดเม็ดสี) ใส่ไปแค่ 0.5 - 0.6 พอค่ะ

(**การเพิ่มค่า Subdivs จะทำให้วัตถุที่มีพื้นผิวมันวาว มีการสะท้อนแสงเบลอสมจริงมากขึ้น  แต่ในตอน Render เพื่อ Test  เราไม่จำเป็นต้องให้มันละเอียดมากนักก็ได้ค่ะ ยิ่งใส่มากก็ยิ่งนาน )

เมื่อตั้งค่าต่างๆตามภาพด้านล่างแล้ว เราจะบันทึกการตั้งค่าเหล่านี้ไว้นะค่ะ (ขืนกลับมาเซ็ตใหม่บ่อยๆทุกงานล่ะก็เมื่อยแย่) โดยให้คลิกที่ปุ่ม " Presets" ที่อยู่ล่างสุด (ดูกรอปสีน้ำเงินตามภาพประกอบด้านล่าง)



โปรแกรมจะแสดงหน้าต่างขึ้นมาเพื่อให้เราบันทึกค่าต่างๆที่เซ็ตไว้ค่ะ ให้เราพิมพ์ตั้งชื่อค่าต่างๆที่เซ็ตไว้ในกรอปสีแดงค่ะ (ในที่นี้ข้าพเจ้าตั้งชื่อมันว่า Test_Render) พิมพ์เสร็จแล้วก็กดปุ่ม Save ที่อยู่ด้านล่าง และกดปุ่ม Close เพื่อปิดหน้าต่าง ก็เป็นอันเรียบร้อยค่ะ

(*เวลาจะกลับมาใช้ค่าที่ตั้งไว้ทีหลัง ก็ให้กลับมาที่หน้านี้อีกครั้ง และคลิกเลือกชื่อที่เราตั้งไว้และกดปุ่ม Load )



ลองกดปุ่ม Render ที่อยู่ด้านล่างขวา หรือ กดปุ่ม Shift+Q เพื่อ  test

(Render ลื่นปรี๊ดๆ ให้สังเกตว่ารายละเอียดมันยังหยาบๆอยู่ แต่ก็ไม่มาก )



สำหรับภาพนี้.... โปรแกรมจะต้องคำนวณการสะท้อนเงาไปมาระหว่างวัตถุด้วยกัน ทำให้โปรแกรมจำเป็นต้องใช้ระยะในการคำนวณ ให้สังเกตว่ากาน้ำทั้ง 3 ใบ มันจะสะท้อนเงาของใบอื่นๆที่อยู่ใกล้มัน และรูปแบบในการสะท้อนก็จะแตกต่างกันไปตามชนิดพื้นผิวที่เรากำหนดไว้ คือ กระเบื้องมันวาวสีแดง โลหะสีเงินผิวเรียบด้าน และแก้วสีเขียว

*ถ้าเครื่องคอมฯที่ใช้อยู่ การ์ดจอ 1 GB /แรม  2GB จะใช้เวลา Render ประมาณ 3.5 นาที
*ถ้าเครื่องคอมฯที่ใช้อยู่ การ์ดจอ 1 GB /แรม  4GB จะใช้เวลา Render ประมาณ 2.5 นาที
*ถ้าเครื่องคอมฯที่ใช้อยู่ การ์ดจอ 1 GB /แรม  8GB จะใช้เวลา Render ประมาณ 1.5 นาทีค่ะ

-------------------------------------------------------------

วิธีเซ็ตค่า Render แบบ Final
การตั้งค่า Render แบบ Final การตั้งค่าต่างๆจะคล้ายกับแบบ Test Render นะค่ะ เพียงแต่แค่ค่าบางตัว เราจะเปลี่ยนให้มีสเปคสูงขึ้น เพื่อเพิ่มความละเอียดของพื้นผิวและแสงให้กับภาพ การ Render แบบ Final จะค่อนข้างนานหน่อยค่ะ แต่ภาพที่ออกมาจะสวยกว่าแบบ Test พอสมควร

ที่แถบเมนู Irradiance map
ที่ -V-ray :: Light Cache ตรงค่า Subdivs  ตอนแรกโปรแกรมจะกำหนดให้เป็น 1000 -1200 แล้วแต่ความชอบ



ที่ - V-Ray ::  Irradiance map
- ตรง Current present กำหนดให้เป็น High (เพิ่มเวลาในการคำนวนภาพ)                     
- ค่า HSph. subdivs. ตั้งค่าเป็น 50  
- ค่า Interp. samples ตั้งค่าเป็น 30



ที่แถบเมนู Setting นะค่ะ
ตรงช่อง Global subdivs multiplier ใส่ไป 4 หรือแล้วแต่ความชอบ ( Global subdivs multiplier เป็นตัวคูณค่า Subdivs จะมีผลต่อวัตถุที่มีพื้นผิวมันวาว )

ตรง Raycaster Params ใส่ค่าตามในกรอปสีแดง

***ตรงนี้จะทำหรือไม่ทำก็ได้ค่ะ คือให้กดปุ่ม "Lights settings.."



กำหนดคุณสมบัติให้กับแสง (ในฉากข้าพเจ้าทำไว้ 2 ดวง) และก็คลิกปุ่ม Close



กลับไปที่หน้าแถบเมนู Setting ให้คลิกที่ปุ่ม " Presets" ที่อยู่ล่างสุด



ตั้งชื่อให้กับค่าตัวเลขที่เราเพิ่งเปลี่ยนแปลงไปเป็นชื่ออะไรก็ได้ค่ะ (ในที่นี้ข้าพเจ้าตั้งชื่อให้มันว่า Final_Render) เสร็จแล้วก็กดปุ่ม Save ที่อยู่ด้านล่าง และกดปุ่ม Close เพื่อปิดหน้าต่าง



ลองกดปุ่ม Render ที่อยู่ด้านล่างขวา หรือ กดปุ่ม Shift+Q เพื่อ  test

Render นานหน่อย แต่ก็แลกมากับความสวย และความละเอียดในภาพที่เพิ่มขึ้น



บทความโดย NOOKFUFU2


ไฟล์แนบ: คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีแอคเคานต์หรือยังไม่ได้เป็นสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก
บางบทความคุณจำเป็นต้องสมัครสมาชิกแบบ VIP และ SUPERVIP ถึงจะเข้าอ่านบทความได้

Thaigraph

GMT+7, 21-10-2017 19:22 , Processed in 0.034816 second(s), 20 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.

Top 10 Best Sellers in Clothing for 2017 Top 10 Best Sellers in Clothing Best Sellers in Clothing
Top 10 Best Sellers in Books reviewer 2017 Top 10 Best Sellers in Books Best Sellers in Books