การทำภาพวัตถุให้ใสเหมือนแก้ว

|
ภาพเทวดาน้อยอย่างที่เห็นในรูปนี้นั้นไม่ได้ใช้ฟิลเตอร์อะไรในการทำเลย
เพียงแต่อาศัยเครื่องมือ และคำสั่งพื้นฐานใน Photoshop เท่านั้น ได้แก่การใช้
Blending Mode และ การปรับแต่ง Curve ของสี ก็มาลองทำตามกันดูเลยนะครับ
|
||
|
|
ก็มาทำความเข้าใจกับ
blending Mode กันก่อนนะครับ Blending Mode เป็นโหมดพิเศษที่ช่วยให้เราสามารถผสมสีของภาพที่ซ้อนทับกันอยู่ได้ ซึ่งเลเยอร์พิเศษนี้จะมีอยู่ทั้งหมด17รูปแบบในการใช้Blending
Mode ให้เราคลิ๊กที่เครื่องหมายสามเหลี่ยมที่ Layer Paletteดังในรูปที่
2 ซึ่งการเปลี่ยนแปลง Blending Mode จะมีผลต่อ Layer ที่เรากำลังทำงานอยู่เท่านั้น
สำหรับในบทความนี้ผมจะไม่สอนการใช้ Blending Mode ทั้งหมดจะใช่เพียงตัวเดียวก็คือ
Luminosity ซึ่งเป็น Blending Mode ในลำดับสุดท้าย
ส่วน Blending Mode อื่นๆ ก็ขอให้ไปลองใช้กันดูนะครับ หรือในคราวหน้าถ้ามีโอกาสก็จะมาสอนครับ
ส่วนคำสั่ง Curve นั้นก็จะเป็นคำสั่งที่ใช้ในการปรับค่าความเข้มของแสง
(Tonal Range) และ Color Balance ซึ่งก็จะเหมือนกับการใช้คำสั่ง Level
และ Color Balance แต่ว่าจะมีประสิทธิภาพดีกว่า คือ สามารถปรับค่าได้ในทุกช่วงของแสงและสี
ซึ่งคำสั่ง Color Balance และ Level จะยอมให้เราปรับแต่งแค่ค่า
Hilights ,Midtonesและ Shadows เท่านั้น ในการเปิดไดอะล็อกบ๊อกซ์ Curve นั้นทำได้โดยการคลิ๊กที่ Image>Adjust>Curve .. ดังในรูปที่ 3 และจะได้ไดอะล็อกบ๊อกซ์ ดังในรูปที่ 4 |
|
|
รูปที่ 3 การเปิดไดอะล็อกบ๊อกซ์ Curve |
ใน ไดอะล็อกบ๊อกซ์ Curve จะมีคำสั่งต่าง ๆ ดังนี้ คลิ๊กเพื่อเลือกว่าจะปรับค่าให้มีผลกับ Channel ไหน หรือจะให้มีผลกับทุก Channel ซึ่งการปรับ Curve นี้สามารถใช้ได้กับทุก ๆ โหมดสี ดังนั้น Channel ต่าง ๆ จะเปลี่ยนไปตามโหมดของภาพ มีไว้เพื่อแสดงค่าความเข้มแสงในแต่ละพิกเซลของภาพ Input หมายถึงค่าความเข้มแสงก่อนการปรับ Output หมายถึงค่าความเข้มแสงเมื่อได้ทำการปรับแต่งแล้ว ซึ่งแสดงเป็นตัวเลข แต่เราสามารถที่จะรู้ได้ว่า ความเข้มที่แสดงเป็นตัวเลขนั้นมีความเข้มขนาดไหนโดยดูได้ที่แถบความเข้มทางด้านแนวนอนและแนวตั้งของกราฟ ซึ่งค่า Input จะแสดงด้วยแถบแนวนอน Output จะแสดงด้วยแถบแนวตั้ง สำหรับในส่วนที่เป็นกราฟทางมุมล่างด้านซ้ายจะเป็นช่วงเงา (Shadows) ในช่วงกลางจะเป็นสี Midtones และในช่วงมุมบนขวา จะเป็นค่าสีสว่าง ( Hilights ) และเราสามารถปรับขนาด Grid ได้ด้วยการกด Alt แล้วคลิ๊กลงไปบนกราฟขนาดของ Grid จะเล็กลง เมื่อต้องการให้กลับเป็นเหมือนเดิมให้ทำซ้ำขั้นตอนเดิมอีกครั้ง ส่วนปุ่มอื่น ๆ นั้นก็ตามความหมาย ปุ่ม Load ก็จะเป็นการโหลดเอา Preset ขึ้นมาใช้ และที่เห็นเป็นรูปหลอดหยดสีนั้นหมายถึงการเพิ่มความเข้มในช่วง Shadows, Midtones และ Hilights ลงไปที่ภาพเลย โดยให้คลิ๊กที่หลอดหยดสี แล้วนำไปคลิ๊กที่ภาพ ภาพก็จะเปลี่ยนแปลงตามปุ่มที่เรากด |
|
|
โดยปุ่มทางซ้ายมือเป็นการเพิ่ม Shadows ปุ่มตรงกลางเป็นการเพิ่ม Midtones ปุ่มทางขวามือสุดเป็นการเพิ่ม Hilights ส่วนปุ่มที่เป็นรูปกราฟกับดินสอนั้น ปุ่มรูปกราฟหมายถึง การเลือกว่าจะปรับเปลี่ยนกราฟโดยคลิ๊กที่บริเวณใดก็ได้บนเส้นกราฟแล้ว Drag เมาส์ไปตามชอบใจ ปุ่มรูปดินสอหมายถึงการวาดกราฟเองเลย หากเราต้องการรู้ว่าช่วงสีในภาพนั้นตรงกับเส้นกราฟช่วงไหนให้เรากด Ctrl แล้วคลิ๊กไปบนภาพ ที่กราฟก็จะเกิดจุดขึ้นมา ซึ่งเราก็จะทราบว่าสีนั้นอยู่ที่ตรงไหนของกราฟ เพื่อที่จะได้ทำการปรับอย่างละเอียด ซึ่งจุดที่เกิดขึ้นบนกราฟนี้จะเกิดบน Channel ที่กำลังเลือกอยู่เท่านั้น แต่หากต้องการให้เกิดขึ้นกับทุก ๆ Channel ให้เรากดปุ่ม Shift + Crt แล้วคลิ๊ก เมื่อเราต้องการให้เส้นกราฟเปลี่ยนแปลงแบบเลื่อนไปทั้งแถบ ไม่ใช่จุดใดจุดหนึ่ง ให้เรากดปุ่ม Shift แล้วคลิ๊กลงไปบนเส้นกราฟจะเกิดจุดสี่เหลี่ยมสีดำขึ้นบนกราฟ เราจะกำหนดจุดกี่จุดก็ได้ และเมื่อเราทำการปรับเส้นกราฟ จุดทุดจุดที่เราเลือกโดยวิธีนี้จะเลื่อนไปพร้อม ๆ กัน และสัมพันธ์กัน ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนในการทำภาพวัตถุให้ใสเหมือนแก้วกันล่ะครับ ก่อนอื่นก็ต้องมีรูปอย่างน้อย 2 รูป ได้แก่ รูปที่เป็น Background 1 รูป และรูปที่จะมาปรับอีก 1 รูป ที่ต้องมี 2 รูปก็เพราะว่า การใช้ Blending Mode นั้นต้องการ Layer อย่างน้อย 2 Layer เพื่อที่จะทำการผสมสีกันระหว่าง Layer ทั้งสองนั้น นอกจากนี้รูปที่เราจะมาปรับนั้นต้องเป็นรูปที่มีแสงเงาในตัวเองดูแล้วมีมิติ ประเภทรูปภาพการ์ตูนนั้นจะไม่สามารถทำได้เพราะไม่มีแสงเงาที่สมจริง เมื่อเราปรับแล้วจะได้เพียง ภาพที่โปร่งแสงเท่านั้น เมื่อเราได้รูปแล้วก็มาลงมือทำกันเลยครับ เริ่มจากการเปลี่ยน Blending Mode ให้เป็นแบบ Luminosity ซึ่งเมื่อเปลี่ยนแล้วจะเห็นว่ารูปของเรามีลักษณะโปร่งแสง ดังรูปที่ 5
|
||
|
รูปที่ 5 เมื่อเปลี่ยน Blending Mode ให้เป็นแบบ Luminosity
|
||
|
จากนั้นให้ทำการเปิดไดอะล็อกบอกซ์
Curve แล้วทำการปรับตามถนัด จนได้รูปที่พอใจ สำหรับการปรับ Curve นั้นควรจะปรับให้ได้ดังรูปที่
6 แต่การปรับแบบนี้เป็นการปรับแบบกลางๆ ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ดังรูปที่ 7 วิธีทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้ล่ะครับ
ง่ายใช้มั้ยล่ะ เพียงแค่ขั้นตอนแค่ 2 ขั้นตอนเท่านี้ ก็ได้รูปที่เหมือนมืออาชีพทำแล้ว
จะเห็นว่าเพียงแค่เรามีความรู้พื้นฐานแล้วนำมาประยุกต์ใช้เท่านั้นเอง ซึ่งเทคนิคแบบนี้นั้น
Filter หรือ Plug-ins ก็ไม่มีด้วยซ้ำ ก็ลองเล่นดูนะครับ ลองผิดลองถูกแล้วอาจจะได้เทคนิคใหม่
ๆ เป็นของตัวเองเองครับ
|
||

